เหล็กกล่องเป็นเหล็กที่ใช้กว้างที่สุดในงานต่อเติมบ้าน ตั้งแต่โครงหลังคาโรงจอดรถ รั้วหน้าบ้าน ประตูเหล็ก ไปจนถึงโครงกันสาดและราวบันได ปัญหาที่เจอบ่อยไม่ใช่การเลือกขนาดผิด แต่เป็นการเลือกความหนาผิด เพราะเหล็กกล่องขนาดเดียวกันมีหลายความหนาให้เลือก และราคาต่างกันมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้
ราคาเหล็กกล่องที่ร้านคิดกับลูกค้าปลีกเริ่มที่ประมาณ 159 บาทต่อเส้น สำหรับขนาด 1 × 1 นิ้ว และประมาณ 399 บาท สำหรับขนาด 3 × 1½ นิ้ว ราคาขึ้นอยู่กับทั้งขนาดหน้าตัดและความหนาของผนังเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าขนาด
ตารางราคาเหล็กกล่องที่ร้าน
ตารางด้านล่างคือราคาปลีกหน้าร้านของเหล็กกล่องขนาดที่ใช้บ่อยที่สุด ทุกรายการเป็นเหล็กความยาวมาตรฐาน 6 เมตรต่อเส้น ราคานี้เป็นราคาช่วงโปรโมชั่นและอาจเปลี่ยนตามตลาดเหล็ก จึงแนะนำให้โทรยืนยันก่อนสั่งจำนวนมาก โดยเฉพาะหากงานต้องใช้ความหนาเฉพาะที่ไม่ได้สต๊อกประจำ
| ขนาด | ชนิด | ราคาต่อเส้น | การใช้งานที่พบบ่อย |
|---|---|---|---|
| 1 × 1 นิ้ว | กล่องเหลี่ยม | 159 บาท | โครงเบา ราวกันตก ตะแกรง |
| 2 × 1 นิ้ว | กล่องแบน | 199 บาท | รั้ว ประตู โครงกันสาด |
| 3 × 1½ นิ้ว | กล่องแบน | 399 บาท | โครงหลังคา คานเหล็ก |
| 1½ × 1½ นิ้ว | กล่องเหลี่ยม | สอบถาม | เสาโครงเบา โครงป้าย |
| 4 × 2 นิ้ว | กล่องแบน | สอบถาม | โครงสร้างรับน้ำหนักมาก |
ทำไมขนาดเดียวกันราคาต่างกัน
เหล็กกล่องขนาดหน้าตัดเดียวกันมีหลายความหนาให้เลือก ตั้งแต่บางราว 1 มิลลิเมตรไปจนถึง 3 มิลลิเมตรหรือมากกว่า ยิ่งหนายิ่งมีเนื้อเหล็กต่อเส้นมากขึ้น น้ำหนักและราคาจึงเพิ่มตามไปด้วย เวลาเทียบราคาระหว่างร้านจึงต้องถามความหนาด้วยทุกครั้ง เพราะราคาที่ดูถูกกว่าอาจเป็นเหล็กที่บางกว่า ซึ่งรับแรงได้น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
เหล็กกล่องมีกี่แบบ
เหล็กกล่องที่ขายกันทั่วไปแบ่งตามรูปหน้าตัดเป็นสองแบบหลัก คือกล่องเหลี่ยมจัตุรัสที่ด้านทั้งสี่เท่ากัน และกล่องแบนหรือกล่องผืนผ้าที่ด้านหนึ่งยาวกว่า ทั้งสองแบบผลิตจากกระบวนการเดียวกันคือรีดเหล็กแผ่นแล้วเชื่อมตะเข็บ โดยมี สมอ. เป็นผู้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความต่างอยู่ที่การรับแรงตามแนวแกน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ช่างเลือกใช้ต่างกันในแต่ละงาน
- กล่องเหลี่ยม รับแรงเท่ากันทุกด้าน เหมาะกับเสาและงานที่ไม่รู้ทิศแรงชัด
- กล่องแบน รับแรงดัดในแนวด้านยาวได้ดีกว่า เหมาะกับคานและแป
- เหล็กแป๊ปกลม หน้าตัดวงกลม นิยมทำราวและงานที่ต้องดัดโค้ง
- เหล็กกล่องชุบกัลวาไนซ์ ทนสนิมกว่า เหมาะกับงานนอกอาคารที่โดนฝนตรง
กล่องเหลี่ยมกับกล่องแบน เลือกอย่างไร
หลักง่าย ๆ คือถ้าชิ้นเหล็กนั้นทำหน้าที่เป็นเสาหรือรับแรงอัดตามแนวยาว ให้ใช้กล่องเหลี่ยม แต่ถ้าทำหน้าที่เป็นคานหรือแปที่ต้องรับแรงดัด ให้ใช้กล่องแบนโดยวางด้านยาวในแนวตั้ง เพราะจะได้ความแข็งแรงในการต้านการดัดมากกว่าการวางนอน ความต่างนี้เห็นชัดในงานโครงหลังคาที่แปวางผิดแนวจะแอ่นให้เห็นภายในไม่กี่ปี
เลือกความหนาอย่างไรให้พอดีกับงาน
ความหนาที่เลือกควรมาจากภาระที่ชิ้นเหล็กต้องรับ ไม่ใช่จากงบที่มี งานที่คนขึ้นไปเดินหรือมีน้ำหนักกดทับ เช่นโครงหลังคาที่ต้องรองรับแผ่นเมทัลชีทและแรงลม ควรใช้ความหนาที่มากกว่างานตกแต่งอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน งานตะแกรงหรือราวกันตกที่ไม่รับน้ำหนักการใช้เหล็กหนาเกินไปเป็นการเพิ่มต้นทุนโดยไม่ได้ประโยชน์
- ระบุว่าชิ้นนั้นรับอะไร น้ำหนักคน วัสดุมุง หรือแค่รูปทรง
- ดูช่วงพาด ยิ่งพาดยาวยิ่งต้องหนาหรือขนาดใหญ่ขึ้น
- คิดเรื่องสนิม งานนอกอาคารควรเผื่อความหนาไว้เพราะสนิมกินเนื้อไปตามเวลา
- ถามช่างที่จะทำงาน เพราะเป็นคนที่รู้ว่าโครงจะรับอะไรจริง
- สอบถามที่หน้าร้าน แจ้งลักษณะงานมา ทางร้านช่วยแนะนำความหนาที่เหมาะได้
เหล็กกล่องใช้กับงานโครงเชื่อม ไม่ได้ออกแบบมาให้ฝังในคอนกรีตแทนเหล็กเส้น หากต้องการเหล็กเสริมโครงสร้างคอนกรีต ให้ใช้เหล็กข้ออ้อยตามที่แบบกำหนด อ่านรายละเอียดได้ที่ เหล็กข้ออ้อย SD40
เหล็กดำกับเหล็กชุบกัลวาไนซ์
เหล็กกล่องที่ขายทั่วไปเป็นเหล็กดำซึ่งต้องทาสีกันสนิมเอง ส่วนแบบชุบกัลวาไนซ์มีชั้นสังกะสีเคลือบมาจากโรงงาน ราคาสูงกว่าแต่ทนกว่าอย่างชัดเจนในงานที่โดนฝนตรงหรืออยู่ใกล้ความชื้นสูง สำหรับงานในร่มหรืองานที่ทาสีเก็บงานได้ครบทุกด้าน เหล็กดำคุ้มค่ากว่าเมื่อคิดจากต้นทุนรวม
งานที่ใช้เหล็กกล่องมากที่สุด
ในงานบ้านและงานต่อเติมทั่วไป เหล็กกล่องถูกใช้มากที่สุดในสี่งาน คือโครงหลังคาโรงจอดรถและกันสาด รั้วและประตูบ้าน โครงระแนงและงานตกแต่งภายนอก และโครงเคาน์เตอร์หรือชั้นวางที่ต้องรับน้ำหนัก แต่ละงานใช้ขนาดและความหนาไม่เหมือนกัน จึงควรระบุงานให้ชัดตอนสั่งเพื่อไม่ให้ได้ของที่บางเกินหรือหนาเกินความจำเป็น
หากทำโครงหลังคาที่ต้องมุงเมทัลชีท ควรวางแผนซื้อเหล็กและวัสดุมุงพร้อมกัน เพราะระยะแปที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นที่เลือกด้วย ดูราคาเมทัลชีทและวัสดุหลังคาได้ที่หน้า วัสดุก่อสร้าง และดูเหล็กชนิดอื่นทั้งหมดได้ที่ เหล็ก ปลีก–ส่ง
คิดจำนวนเส้นจากความยาวรวม
วิธีคิดจำนวนเส้นที่ต้องใช้คือรวมความยาวของชิ้นงานทั้งหมดที่ต้องตัด แล้วหารด้วย 6 เมตรซึ่งเป็นความยาวต่อเส้น จากนั้นบวกเผื่อสำหรับเศษที่ตัดทิ้ง เพราะการตัดเหล็กให้ได้ความยาวที่ต้องการมักเหลือเศษที่ใช้ต่อไม่ได้ งานที่มีชิ้นสั้นหลายขนาดจะมีเศษมากกว่างานที่ชิ้นยาวสม่ำเสมอ
สั่งเหล็กกล่องต้องบอกอะไร
เวลาสั่งเหล็กกล่องต้องบอกสี่อย่างคือขนาดหน้าตัดเป็นนิ้ว ความหนาเป็นมิลลิเมตร จำนวนเส้น และงานที่จะเอาไปทำ ข้อสุดท้ายไม่ใช่คำถามเชิงขาย แต่ช่วยให้ทางร้านตรวจให้ได้ว่าสเปกที่เลือกเหมาะกับงานหรือไม่ ซึ่งดีกว่าปล่อยให้รู้ตอนโครงเริ่มแอ่นแล้ว หากมีแบบอยู่แล้วถ่ายรูปส่งมาทางไลน์จะเร็วที่สุด
เหล็กกล่องมาตรฐานยาว 6 เมตรต่อเส้น การขนต้องใช้รถกระบะหรือรถบรรทุก ทางร้านมีรถของตัวเองสำหรับส่งถึงหน้างาน ค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับระยะทางและปริมาณ และแจ้งให้ทราบก่อนตกลงทุกครั้ง หากต้องการตัดตามความยาวที่ใช้จริง สอบถามได้ที่หน้าร้านว่าตัดให้ได้หรือไม่ในขนาดที่ต้องการ
คำถามที่พบบ่อย
เหล็กกล่อง 1 นิ้ว ราคาเท่าไหร่ ?
ขนาด 1 × 1 นิ้ว ราคาปลีกหน้าร้านอยู่ที่ประมาณ 159 บาทต่อเส้นความยาว 6 เมตร ราคาขึ้นอยู่กับความหนาที่เลือกด้วย แนะนำให้โทรยืนยันที่ 044-671-111 ก่อนสั่ง
เหล็กกล่องหนึ่งเส้นยาวกี่เมตร ?
ความยาวมาตรฐานคือ 6 เมตรต่อเส้น ต่างจากเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ยาว 10 เมตร ควรคิดเรื่องการขนส่งไว้ด้วยเพราะต้องใช้รถกระบะขึ้นไป
ทำรั้วบ้านใช้เหล็กกล่องขนาดไหน ?
ที่ใช้บ่อยคือกล่องแบน 2 × 1 นิ้วสำหรับโครงรั้ว และกล่องเหลี่ยมขนาดใหญ่กว่าสำหรับเสารั้ว ความหนาควรเลือกให้เหมาะกับความสูงของรั้วและแรงลมในพื้นที่
โครงหลังคาโรงจอดรถใช้เหล็กอะไร ?
นิยมใช้เหล็กกล่องแบนขนาด 3 × 1½ นิ้วขึ้นไปเป็นคาน และกล่องเล็กกว่าเป็นแป โดยวางด้านยาวในแนวตั้งเพื่อรับแรงดัด ควรให้ช่างคำนวณตามช่วงพาดจริง
เหล็กกล่องกับเหล็กแป๊ป ต่างกันอย่างไร ?
ต่างกันที่รูปหน้าตัด เหล็กกล่องมีหน้าตัดเป็นเหลี่ยม ส่วนเหล็กแป๊ปมีหน้าตัดเป็นวงกลม เหล็กกล่องเชื่อมและวางแนบผนังได้ง่ายกว่า ส่วนเหล็กแป๊ปนิยมใช้ทำราวและงานที่ต้องดัดโค้ง
สั่งเหล็กกล่องแล้วส่งถึงหน้างานไหม ?
ส่งถึงหน้างาน ทางร้านมีรถของตัวเอง เหล็กยาว 6 เมตรส่งได้ ค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับระยะทางและปริมาณ และแจ้งให้ทราบก่อนตกลงทุกครั้ง
สรุป
ราคาเหล็กกล่องขึ้นอยู่กับทั้งขนาดหน้าตัดและความหนา โดยความหนามีผลต่อราคามากกว่าที่คนส่วนใหญ่คาด เวลาเทียบราคาระหว่างร้านจึงต้องถามความหนาควบคู่ไปด้วยทุกครั้ง และเวลาเลือกสเปกให้เริ่มจากภาระที่ชิ้นเหล็กต้องรับ ไม่ใช่จากงบที่มี เพราะโครงที่บางเกินไปจะแสดงผลให้เห็นภายในไม่กี่ปี
บอกชนิด ขนาด และจำนวนที่ต้องการ หรือถ่ายรูปแบบส่งมาทางไลน์ ทางร้านตีราคากลับให้ในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08:00–17:00 น.