คำถามแรกที่ลูกค้าถามเวลาโทรเข้าร้านเกือบทุกสายคือเหล็กเส้นราคาเท่าไหร่ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากกว่าที่คิด เพราะราคาเหล็กไม่ได้คงที่เหมือนสินค้าทั่วไป มันขยับตามราคาเหล็กแท่งในตลาดโลก ตามค่าขนส่ง และตามรอบที่โรงงานปรับราคาส่ง บทความนี้จึงไม่ได้ให้แค่ตัวเลข แต่อธิบายว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน และคุณควรดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจสั่ง
ราคาเหล็กเส้นที่ร้านคิดกับลูกค้าปลีกในอำเภอประโคนชัยจะอยู่ในช่วง หลักร้อยต้นถึงหลักร้อยปลายต่อเส้น ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของเหล็ก โดยเหล็กเส้นกลม 9 มิลลิเมตรอยู่ที่ประมาณ 119 บาท และเหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตรอยู่ที่ประมาณ 209 บาทต่อเส้นยาว 10 เมตร ซื้อจำนวนมากได้ราคาส่งลดลงอีก
ตารางราคาเหล็กเส้นที่ร้าน
ตารางด้านล่างคือราคาปลีกหน้าร้านสำหรับเหล็กเส้นขนาดที่ใช้บ่อยที่สุดในงานบ้านพักอาศัย ตัวเลขทั้งหมดเป็นราคาต่อเส้นความยาวมาตรฐาน 10 เมตร และเป็นเหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. ทุกเส้น ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงตามรอบที่โรงงานปรับ จึงแนะนำให้โทรยืนยันอีกครั้งก่อนสั่งจำนวนมาก โดยเฉพาะหากวางแผนงานล่วงหน้าเกินหนึ่งสัปดาห์
| ขนาด | ชนิด | ราคาต่อเส้น | น้ำหนักมาตรฐาน |
|---|---|---|---|
| RB6 (6 มิล) | เหล็กเส้นกลม | สอบถาม | 2.22 กก. |
| RB9 (9 มิล) | เหล็กเส้นกลม | 119 บาท | 4.99 กก. |
| DB10 (10 มิล) | เหล็กข้ออ้อย | สอบถาม | 6.17 กก. |
| DB12 (12 มิล) | เหล็กข้ออ้อย | 209 บาท | 8.88 กก. |
| DB16 (16 มิล) | เหล็กข้ออ้อย | สอบถาม | 15.78 กก. |
| DB20 (20 มิล) | เหล็กข้ออ้อย | สอบถาม | 24.66 กก. |
ทำไมบางขนาดถึงให้โทรสอบถาม
ขนาดที่ใช้บ่อยอย่าง 9 มิลลิเมตรและ 12 มิลลิเมตร ทางร้านสต๊อกไว้ตลอดจึงตั้งราคาไว้ล่วงหน้าได้ ส่วนขนาดใหญ่อย่าง 16 และ 20 มิลลิเมตร มักสั่งเข้าตามงาน ราคาจึงผูกกับรอบรถของโรงงานในช่วงนั้นโดยตรง การประกาศตัวเลขตายตัวไว้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดเมื่อราคาขยับ ทางร้านจึงเลือกที่จะแจ้งราคาจริงตอนสอบถามแทน ซึ่งได้ตัวเลขที่ใช้สั่งได้ทันที
ราคาเหล็กขึ้นลงเพราะอะไร
ราคาเหล็กเส้นในไทยผูกกับต้นทุนเหล็กแท่งที่โรงงานรับมา ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานตาม ประกาศของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เคลื่อนไหวตามตลาดโลกเป็นหลัก เมื่อความต้องการก่อสร้างในจีนหรือภูมิภาคเปลี่ยน ราคาวัตถุดิบก็ขยับตาม และส่งผลถึงราคาหน้าร้านในไทยภายในไม่กี่สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในประเทศอย่างค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการรีด ค่าขนส่งจากโรงงานมาถึงอำเภอ และช่วงฤดูก่อสร้างที่ความต้องการสูงกว่าปกติ
สำหรับเจ้าของบ้าน ความผันผวนนี้แปลว่าใบเสนอราคาที่ได้มาเมื่อสองเดือนก่อนอาจใช้ไม่ได้แล้ว หากกำลังวางแผนสร้างบ้าน ควรขอราคาใหม่ในช่วงที่ใกล้จะสั่งจริง และถ้างบมีจำกัด การสั่งเหล็กทั้งงานพร้อมกันในรอบเดียวมักได้เปรียบกว่าการทยอยซื้อ เพราะได้ราคาส่งและล็อกราคาไว้ตั้งแต่วันสั่ง
ช่วงไหนที่ราคามักขยับ
โรงงานส่วนใหญ่ทบทวนราคาเป็นรอบ ไม่ได้เปลี่ยนรายวัน ช่วงที่มักเห็นการปรับคือต้นเดือนและช่วงหลังเทศกาลยาวที่โรงงานหยุดผลิต นอกจากนี้ช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งเป็นฤดูก่อสร้างของภาคอีสาน ความต้องการจะสูงกว่าช่วงอื่นของปี ทางร้านจะแจ้งลูกค้าประจำล่วงหน้าเมื่อทราบว่ามีการปรับราคา เพื่อให้ผู้รับเหมาวางแผนต้นทุนงานได้ทัน
คำนวณงบเหล็กก่อนสั่ง ทำอย่างไร
การประมาณงบเหล็กคร่าว ๆ ทำได้เองโดยไม่ต้องรอผู้รับเหมา สิ่งที่ต้องมีคือแบบก่อสร้างที่ระบุขนาดและจำนวนเหล็กในแต่ละจุด แล้วนำมาคูณกับราคาต่อเส้น วิธีนี้ไม่ได้ให้ตัวเลขที่แม่นยำระดับใช้ทำสัญญา แต่เพียงพอสำหรับตรวจสอบว่าใบเสนอราคาที่ได้รับมานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองที่ง่ายที่สุดสำหรับเจ้าของบ้าน
- นับจำนวนเส้นจากแบบ แยกตามขนาด เช่น ข้ออ้อย 12 มิล กี่เส้น เหล็กกลม 9 มิล กี่เส้น
- บวกเผื่อไว้ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเศษที่ตัดทิ้งและการดัดเหล็กปลอก
- คูณด้วยราคาต่อเส้น จากตารางด้านบน จะได้งบเหล็กเส้นเบื้องต้น
- บวกค่าลวดผูกเหล็กและลูกปูน ซึ่งมักถูกลืม แต่รวมแล้วเป็นหลักพันในงานบ้านหนึ่งหลัง
- โทรขอราคาส่ง เมื่อได้จำนวนรวมแล้ว เพราะยอดสั่งมีผลต่อราคาต่อเส้นโดยตรง
ตัวอย่างการคิดงบเหล็กบ้านชั้นเดียว
สมมติแบบระบุเหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตรสำหรับเสาและคานรวม 60 เส้น เมื่อบวกเผื่อ 10 เปอร์เซ็นต์จะเป็น 66 เส้น คูณด้วยราคาประมาณ 209 บาท จะได้ราวหนึ่งหมื่นสามพันแปดร้อยบาทเฉพาะเหล็กข้ออ้อย จากนั้นคิดเหล็กกลม 9 มิลลิเมตรสำหรับเหล็กปลอกแยกอีกส่วนหนึ่ง ตัวเลขที่ได้จะช่วยให้เห็นภาพรวมก่อนคุยกับผู้รับเหมา และรู้ทันทีว่าใบเสนอราคาที่สูงกว่านี้มากผิดปกติหรือไม่
ซื้อเท่าไหร่ถึงได้ราคาส่ง
ราคาส่งไม่ได้ผูกกับจำนวนเส้นอย่างเดียว แต่ดูที่มูลค่ารวมและความต่อเนื่องของการสั่งด้วย ลูกค้าที่สั่งครั้งเดียวทั้งงานย่อมได้ราคาดีกว่าการทยอยซื้อทีละสิบเส้น และผู้รับเหมาที่สั่งเป็นประจำจะได้เงื่อนไขที่ดีกว่าลูกค้าขาจร เพราะทางร้านวางแผนสต๊อกและรอบรถได้ล่วงหน้า วิธีที่ตรงที่สุดคือแจ้งยอดรวมที่ต้องการแล้วให้ทางร้านเสนอราคากลับ
- สั่งทั้งงานรอบเดียว ได้ราคาดีกว่าทยอยซื้อ และล็อกราคาไว้ได้ตั้งแต่วันสั่ง
- ผู้รับเหมาที่สั่งประจำ คุยเงื่อนไขระยะยาวกับหน้าร้านได้
- สั่งพร้อมวัสดุอื่น เช่นปูนและหลังคา ประหยัดค่าขนส่งเพราะส่งรอบเดียว
- แจ้งล่วงหน้า สำหรับขนาดที่ไม่ได้สต๊อกประจำ จะได้ราคาดีกว่าการสั่งด่วน
เทียบราคาต่อเส้นอย่างเดียวอาจทำให้ตัดสินใจผิด ควรถามด้วยว่าเป็นเหล็กได้มาตรฐาน มอก. หรือไม่ และราคานั้นรวมค่าจัดส่งแล้วหรือยัง เพราะสองปัจจัยนี้ทำให้ตัวเลขที่ดูถูกกว่ากลายเป็นแพงกว่าได้
ราคาถูกที่ควรตั้งข้อสงสัย
เมื่อเจอราคาที่ต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ คำถามที่ควรถามคือต้นทุนถูกลงตรงไหน คำตอบที่ยอมรับได้คือร้านสั่งตรงจากโรงงานเป็นรถและไม่ผ่านคนกลาง ส่วนคำตอบที่ควรระวังคือเหล็กนั้นรีดบางกว่ามาตรฐาน ซึ่งเรียกกันในวงการว่าเหล็กเบา ความต่างนี้มองไม่เห็นจากภายนอกเพราะขนาดหน้าตัดใกล้เคียงกัน แต่เนื้อเหล็กที่รับแรงจริงน้อยกว่า
วิธีตรวจที่ง่ายและแน่นอนที่สุดคือชั่งน้ำหนักแล้วเทียบกับคอลัมน์สุดท้ายในตารางด้านบน อ่านวิธีตรวจแบบละเอียดพร้อมตารางน้ำหนักครบทุกขนาดได้ที่บทความ เหล็กเต็ม เหล็กเบา ต่างกันอย่างไร ซึ่งอธิบายจุดสังเกตบนตัวเหล็กและสัญญาณเตือนที่ควรระวังไว้ครบถ้วน
ร้านที่ให้ชั่งได้คือร้านที่มั่นใจในของ
ร้านที่ขายเหล็กได้มาตรฐานจะไม่มีปัญหากับการให้ลูกค้าชั่งหรือวัดก่อนตัดสินใจ เพราะตัวเลขที่ได้จะยืนยันคุณภาพของสินค้าเอง ในทางกลับกัน หากร้านเลี่ยงหรือบ่ายเบี่ยงเมื่อขอชั่ง นั่นคือข้อมูลที่บอกอะไรบางอย่างแล้ว ที่ กิจมอเตอร์วัสดุ ลูกค้าชั่งได้วัดได้ทุกเส้นที่หน้าร้าน และขอดูใบรับรองจากโรงงานได้เมื่อสั่งจำนวนมาก
สั่งเหล็กจากร้านอย่างไรให้เร็วที่สุด
การสั่งเหล็กใช้ข้อมูลเพียงสามอย่างคือชนิด ขนาด และจำนวนเส้น ตัวอย่างเช่นข้ออ้อย 12 มิล 40 เส้น กับเหล็กกลม 9 มิล 20 เส้น เท่านี้ทางร้านก็คิดราคาและเช็กสต๊อกให้ได้แล้ว หากมีแบบก่อสร้างหรือใบ BOQ อยู่ในมือ การถ่ายรูปส่งมาทางไลน์จะเร็วกว่าการพิมพ์รายการทีละบรรทัด และลดโอกาสสั่งผิดขนาดได้มาก
เมื่อได้รายการแล้ว ทางร้านจะแจ้งกลับสามเรื่องคือราคารวม ของที่มีในสต๊อกครบหรือไม่ และวันที่ส่งได้ หากบางรายการต้องสั่งเข้า จะบอกระยะเวลาให้ทราบตั้งแต่ต้นเพื่อให้วางแผนหน้างานได้ถูก ดูหมวดสินค้าอื่นที่สั่งพร้อมกันได้ที่หน้า วัสดุก่อสร้าง หรือดูรายละเอียดเหล็กทุกชนิดที่หน้า เหล็ก ปลีก–ส่ง
คำถามที่พบบ่อย
เหล็กเส้น 12 มิล ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาปลีกหน้าร้านอยู่ที่ประมาณ 209 บาทต่อเส้นความยาว 10 เมตร สำหรับเหล็กข้ออ้อยได้มาตรฐาน มอก. ราคาอาจเปลี่ยนตามตลาดเหล็ก แนะนำให้โทรยืนยันที่ 044-671-111 ก่อนสั่ง
เหล็กเส้นหนึ่งเส้นยาวกี่เมตร ?
ความยาวมาตรฐานที่ขายกันทั่วไปคือ 10 เมตรต่อเส้น บางขนาดมีแบบ 12 เมตรให้เลือกด้วย หากต้องการความยาวอื่นสามารถสอบถามได้ที่หน้าร้าน
ซื้อกี่เส้นถึงได้ราคาส่ง ?
ราคาส่งดูที่มูลค่ารวมและความต่อเนื่องของการสั่ง ไม่ได้กำหนดจำนวนเส้นขั้นต่ำตายตัว วิธีที่เร็วที่สุดคือแจ้งยอดที่ต้องการมา แล้วทางร้านจะเสนอราคากลับให้
ราคาเหล็กรวมค่าส่งแล้วหรือยัง ?
ราคาในตารางเป็นราคาปลีกหน้าร้าน ยังไม่รวมค่าจัดส่ง ค่าส่งขึ้นอยู่กับระยะทางและปริมาณ และทางร้านจะแจ้งให้ทราบก่อนตกลงทุกครั้ง
ร้านไหนขายเหล็กราคาส่งในบุรีรัมย์ ?
กิจมอเตอร์วัสดุ อยู่ริมถนนบุรีรัมย์–ประโคนชัย เลย บขส.ประโคนชัย ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ขายเหล็กปลีกและส่ง สั่งตรงจากโรงงานไม่ผ่านคนกลาง
สั่งเหล็กแล้วส่งได้ภายในกี่วัน ?
ขนาดที่มีในสต๊อกส่งได้ภายในวันถัดไปในเขตอำเภอประโคนชัย ส่วนขนาดที่ต้องสั่งเข้าจะแจ้งระยะเวลาให้ทราบตั้งแต่ตอนสั่ง
สรุป
ราคาเหล็กเส้นเปลี่ยนตามตลาด จึงควรถามราคาในช่วงที่ใกล้จะสั่งจริงมากกว่าอ้างอิงใบเสนอราคาเก่า เมื่อเทียบราคาระหว่างร้าน ให้ดูสามเรื่องพร้อมกันคือราคาต่อเส้น มาตรฐานของเหล็ก และค่าจัดส่ง เพราะราคาที่ดูถูกที่สุดในบรรทัดแรกอาจไม่ใช่ต้นทุนรวมที่ถูกที่สุดเมื่อคิดทั้งงาน
บอกชนิด ขนาด และจำนวนเส้น หรือถ่ายรูปแบบส่งมาทางไลน์ ทางร้านตีราคากลับให้ในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08:00–17:00 น.